ผลการจับกุม

ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จับกุมแก๊งพรานล่าเสือ

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปทส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.มงคล พรานสูงเนิน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส., ว่าที่ พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.พรเทพ ชุมแสง รอง ผกก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์               รอง ผกก.5 บก.ปทส., พ.ต.ท.ประดิษ ชาวพงษ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปทส.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย  พ.ต.ท.มาโนช  ช่างปรุง สว.กก.5 บก.ปทส., พ.ต.ต.บรรลพ สมพงษ์ สว.กก.5 บก.ปทส.สว. กก.5 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. (ชป.กาญจนบุรี) บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปิล๊อก

ร่วมกันจับกุม

1.นายรัชชานนท์ (สงวนนามสกุล)    ตามหมายจับของศาล จังหวัดกาญจนบุรี

2.นายศุภชัย (สงวนนามสกุล)         ตามหมายจับของศาล จังหวัดกาญจนบุรี

3.นายจอแห่ง (สงวนนามสกุล)        ตามหมายจับของศาล จังหวัดกาญจนบุรี

4.นายกูกือ (สงวนนามสกุล)           ตามหมายจับของศาล จังหวัดกาญจนบุรี

5.นายโชเอ (สงวนนามสกุล)           ตามหมายจับของศาล จังหวัดกาญจนบุรี

โดยกล่าวหาว่า

ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืน              ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน             ตามสมควรแก่พฤติการณ์, ร่วมกันเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ, ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ, ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับ             ล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ,ยิงปืนทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิงในเขตอุทยานแห่งชาติ, ร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ, ร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สถานที่จับกุม สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ  หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน  อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ทองผาภูมิ ได้ตรวจยึดซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก และอาวุธปืนตามบัญชีของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก เพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง  โดย กก.5 บก.ปทส. ได้ร่วมกับ สภ.ทองผาภูมิ และ สภ.ปิล๊อก ร่วมกันสอบสวนสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด              มาดำเนินคดีตามกฎหมาย จนวันที่ 13 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิงเสือโคร่ง มีจำนวน 5 คน และมีภูมิลำเนาอยู่ที่ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ปิล๊อกคี่    
อ.ทองผาภูมิ จว.กาญจนบุรี และได้ติดตามตัวมาสอบสวนที่ สภ.ทองผาภูมิ โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ศาลได้อนุมัติให้ออกหมายจับไว้แล้ว คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด

จากการสอบถามผู้ต้องหาได้ความว่า ผู้ต้องหากับพวกมีอาชีพเลี้ยง วัว ควาย ในหมู่บ้าน ต่อมาพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงวัว ควาย ถูกน้ำท่วม จึงได้ร่วมกันย้าย วัว ควาย ของตน ไปเลี้ยงในป่า และได้พบว่า วัว ควาย ของพวกตนถูกเสือกัดกินเป็นอาหาร ไปแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 20 ตัว ภายหลังก่อนนำ วัว ควาย ออกไปเลี้ยง ผู้ต้องหา
กับพวกจึงนำอาวุธปืนที่มีอยู่ในความครอบครองไปด้วย เพื่อป้องกันเสือไม่ให้มากิน วัว ควาย ของตน
        ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565  เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่ผู้ต้องหาเลี้ยงวัว ควาย อยู่นั้น ได้มีเสือตัวหนึ่งเข้ามากัด วัว ของพวกตน จำนวน 3 ตัว ทำให้วัว 2 ตัว ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกตัวถูกเสือกัดตายคาที่ และกำลังกินซากวัวอยู่ นายจอแห่งฯ จึงใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงไปที่เสือตัวนั้น จำนวน 1 นัด จนถึงแก่ความตาย หลังจากนั้น พวกตน ทั้ง 5 คน ได้ช่วยกันลากเสือกับมาเก็บที่เพิงพัก

ต่อมาในเวลาค่ำ พวกตนเกรงว่าเสือจะมาลากวัวไปกินที่อื่น จึงผูกขาวัวไว้ในที่เกิดเหตุดังกล่าว จากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน ได้พบว่า มีเสืออีก 1 ตัว มากินวัวของพวกตนอีก นายศุภชัยฯ
ใช้อาวุธปืนลูกกรด ยิงไปที่เสือ จำนวน 2 นัด จนถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นได้ช่วยกันลากเสือตัวที่ 2 เข้ามาในเพิงพัก และช่วยกันชำแหละ แยกเนื้อ, หนัง และกระดูก ออกจากกัน และรมควันไฟให้แห้งเพื่อไว้กิน                หนัง กับเนื้อ ส่วนกระดูกจะเก็บไว้ทำยาบางส่วน ที่เหลือจะนำไปทิ้ง  

ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2565 คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปิล๊อก, กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี, สพฐ.7 (กาญจนบุรี) และอุทยานทองผาภูมิ ร่วมทำการตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาทั้ง               4 คน บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จว.กาญจนบุรี ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ทราบว่าเคยมีเหตุการณ์สัตว์เลี้ยง วัว ควาย ถูกเสือทำร้ายจนตาย และมีบางตัวได้บาดเจ็บ เจ้าของได้ทำการนำมาพักรักษาไว้ที่คอกเลี้ยง เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบควายที่ถูกทำร้ายจำนวน 2 ตัว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้ ตรวจสอบลักษณะบาดแผล ถ่ายภาพเพื่อนำไปวิเคราะห์ทำรายงานประกอบคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ       

ตำรวจสอบสวนกลางขอประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนควบคุมดูแลการเลี้ยงวัว ควาย โดยขอให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่าอุทยานฯ เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงอาจได้รับอันตรายเนื่องจากพื้นที่อุทยานฯ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น เสือโคร่ง หมาใน ฯลฯ ซึ่งสามารถทำอันตรายต่อคน และสัตว์เลี้ยงได้

หากประชาชนพบว่ามีสัตว์ป่าเข้ามาทำอันตรายแก่คน สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของ ให้รีบแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ หรือเจ้าหน้าตำรวจในท้องที่

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์ รอง ผกก.5 บก.ปทส. โทรศัพท์ 099-2626359

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
ผลการจับกุมอื่นๆ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน
แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน
แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919