ผลการจับกุม

รวบสองผัวเมียเท้าแชร์ บ้านมีตังค์ แชร์เงิน แชร์ทอง หลอกลงทุน เสียหายหลายสิบล้าน ผู้เสียหายเกือบร้อยคน


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบกป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัยฐาน ไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.ฯ ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.2 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม
1.น.ส.บุญจันทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 160/2565 ลง 7 เม.ย.65 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
2.นายอัสดาฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 161/2565 ลง 7 เม.ย.65 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565

พฤติการณ์ สืบเนื่องเมื่อช่วงปี พ.ศ.2564 มีกลุ่มผู้เสียหายหลายสิบรายในหลายพื้นที่ ถูกเท้าแชร์ “บ้านมีตังค์ แชร์เงิน แชร์ทอง ปล่อยเงินหมุนเวียนในบ้าน” ชักชวนทางเฟซบุ๊ก และบุคคลที่รู้จัก ให้มาร่วมลงทุน ออมเงิน ออมทอง โดยอ้างว่าได้ผลกำไรดี มีผลกำไร รอบละ 15 วัน หรือ 30 วัน แล้วแต่กำหนด ผลตอบแทน รอบละ 1,500 บาท หรือ 2,000 บาท ต่อเงินลงทุน ออม 5,000 และ 7,000 บาท ในช่วงแรกมีผู้ได้ผลตอบแทนจนเป็นที่น่าพอใจ มีผู้สนใจร่วมลงทุน ประมาณ 80 ราย มีเงินลงทุนหมุนเวียน 10 กว่าล้านบาท

ต่อมาช่วงเดือน มิถุนายน กลุ่มผู้ต้องหา (เท้าแชร์) ไม่ชำระเงิน และไม่คืนดอกเบี้ยและเงินต้น ตามที่ตกลงกันไว้ จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อกลุ่มผู้ต้องหาได้ กลุ่มผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังคู รวบรวมพยานหลักฐาน จนขอศาลอนุมัติหมายจับ ท้าวแชร์ สองสามีภรรยา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า น.ส.บุญจันทร์ฯ และนายอัสดาฯ ผู้ต้องหาได้มาพักอาศัยที่บ้านในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. ทราบ และได้สั่งการให้ พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. เร่งรัดดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร้ายสำคัญรายนี้ให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นบุคคลอันตรายและเป็นคดีที่สร้างความเดือนร้อนกับประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้คดีดังกล่าวยังมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับข่าวสารและข้อมูลจากบุคคลภายนอก อันเป็นประโยชน์แก่การสืบสวนว่า นายอัสดาฯ และ น.ส.บุญจันทร์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวมาพักอาศัยภายในบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม สภ.แปลงยาว ร่วมกันเดินทางตรวจสอบ และเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้พบ นายอัสดาฯ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับข้างต้น นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปแสดงตัวพร้อมบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ และแสดงหมายจับให้นายอัสดาฯ และ น.ส.บุญจันทร์ฯ ตรวจดูแล้ว รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงแจ้งให้ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น น.ส.บุญจันทร์ฯ และนายอัสดาฯ รับว่า ตนเปิดบ้านแชร์ ชื่อว่า “บ้าน มีตังค์ แชร์เงิน แชร์ทอง ปล่อยเงินหมุนในบ้าน” จริง เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2563 โดยเปิดเป็นการออมเงิน และการออมทอง ดอกเบี้ยสูง เช่น ออม 5,000 บาท จะได้ดอกเบี้ย ทุก 15 วัน เป็นเงิน 1,500 บาท ออมเงิน 7,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 2,000 บาท โดยตนเองนำเงินดังกล่าว ไปปล่อยให้บุคคลอื่นกู้ยืมต่อ ในอัตราร้อยละ 17 และ ร้อยละ 20 ซึ่งจะได้ค่าส่วนต่างดังกล่าวเป็นผลกำไรของตน จนต่อมาช่วงเดือน มิถุนายน พ.ศ.2564 มีลูกหนี้บางรายไม่ชำระเงินและหลบหนีไป จนทำให้ตนและสามี ไม่มีเงินหมุนเวียนดังกล่าวไปตอบแทนให้ลูกแชร์ ประกอบกับลูกแชร์บางรายขาดความเชื่อมั่น ไม่มั่นใจ จึงขอถอนทุนดังกล่าว ซึ่งตนและสามียังหาเงินคืนลูกแชร์ไม่ทันจนมีผู้ร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว

ข้อเตือนภัย การออมเงิน และการออมทอง ตามที่ประชาสัมพันธ์ ทางสื่อโซเซียลต่าง ๆ ซึ่งอ้างว่ามีกำไรและผลตอบแทนดี ขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ ควรใช้วิจารณญาณ ในการศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนดังกล่าว

ช่องทางติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากชุดจับกุม พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. โทร. 062 459 9795
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
ผลการจับกุมอื่นๆ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน
แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน
แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

Central Investigation Bureau

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
เลขที่ 1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์กลาง 02-504-4900-3
โทรสารกลาง 02-504-4919